วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563

"บิ๊กหยิม" ลงพื้นที่ ลุยแก้ปัญหาบุกรุกที่ราชพัสดุ


"บิ๊กหยิม" ลงพื้นที่ ลุยแก้ปัญหาบุกรุกที่ราชพัสดุ

     เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น. นายยุทธนา  หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมชี้แจงราษฎร กรณี การบุกรุกที่ราชพัสดบริเวณโดยรอบเขื่อนภูมิพล ซึ่งกินบริเวณพื้นที่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกจังหวัดเชียงใหม่ ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ ผู้ตรงจราชการกรมธนารักษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล ผู้แทนจาก กฟผ. แกนนำชุม และราษฎร ประมาณ 200 คน เข้าร่วมประชุมหารือกรณีดังกล่าว ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอฮอด






     ในการนี้ นายยุทธนาฯ ได้ทำความเข้าใจและชี้แจงถึงสิทธิและประโยชน์ที่ราษฎรจะได้รับจากการเป็นผู้เช่าที่ราชพัสดุ ทั้งนี้ กรมธนารักษ์จะได้พิจารณาเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือและผ่อนปรนเกี่ยวกับอัตราค่าเช่าดังกล่าวต่อไป ซึ่งจากการประชุมหารือร่วมกัน ผลปรากฎว่า ราษฎรส่วนใหญ่เข้าใจและยินยอมที่จะให้ความร่วมมือกับทางราชการเป็นอย่างดียิ่ง
     นอกจากนี้ นายยุทธนาฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุดังกล่าว โดยมีราษฎรบางส่วน ได้ยื่นหนังสือขอเช่าที่ราชพัสดุให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย พร้อมยินยอมปฏิบัติตามเงิ่อนไขที่ทางราชการกำหนดต่อไป
    จากการลงพื้นที่ในวันนี้ นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้มาสร้างความเข้าใจให้ตรงกันระหว่างภาครัฐกับภาคประชาสังคม ทั้งนี้ เพื่อให้ราษฎรได้มีที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเป็นการสนองรับนโยบายของรัฐบาลด้วย







วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563

พัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมพายกล่องข้าว แบกบักจก ในรูปแบบโคกหนองนาโมเดล


          พัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมพายกล่องข้าว แบกบักจก ในรูปแบบโคกหนองนาโมเดล
               วันที่ 4 มีนาคม 2563 นายชำนาญ ชื่นตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เป็นประธานในพิธีการดำเนินโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมพายกล่องข้าว แบกบักจก(จอบ) ลงแขก เอามือสามัคคี ในรูปแบบโคกหนองนาโมเดล ที่ แปลงสาธิต โคก หนอง นา โมเดล นางฐาปนิต รัตนโคตร บ้านเลขที่ 17 บ้านโนน หมู่ที่ 12 ตำบลโพนเมือง อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน และเกษตรกรในพื้นที่ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก



            นางนวลจันทร์ ศรีมงคล รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้มีนโยบายเร่งด่วน กำหนดให้ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้กิจกรรมตามศาสตร์พระราชา ให้กับเจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่ม/องค์กร ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป เพื่อเป็นตัวอย่างในการนำความรู้ ตามศาสตร์พระราชาไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต และการขยายผลสู่ชุมชน ตามโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ผ่านการอบรมตามโครงการฯ ดำเนินกิจกรรมให้ประสบความสำเร็จ สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบให้กับบุคคลที่สนใจในการประยุกต์ทฤษฎีใหม่โคกหนองนาโมเดล



          กิจกรรมในครั้งนี้ มีครัวเรือนที่ดำเนินกิจกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในระดับครัวเรือน ที่เป็นต้นแบบและมีความสมัครใจ เข้าร่วมฝึกอบรมตามโครงการดังกล่าว จำนวน 15 ครัวเรือน กำหนดฝึกอบรม  ระหว่างวันที่ 22-26 มกราคม 2563 ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี และได้นำมาต่อยอด พัฒนาเป็น โครงการ โคก หนอง นา โมเดล ที่ แปลงนาของตนเอง โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย สำนักงานประมงจังหวัดร้อยเอ็ด สนับสนุนพันธุ์ปลา ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้จังหวัดร้อยเอ็ด สนับสนุนพันธุ์ไม้ ธกส.อาจสามารถ สาขาสระบุศย์ สนับสนุนน้ำดื่ม เทศบาลตำบลโพนเมือง สนับสนุนอาหารว่าง และประธานสมาคมเครือข่ายคนรักแฝก ภาคอีสาน เขต 4 สนับสนุนหญ้าแฝก เป็นต้น
///////
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด



วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

นายกสมาคม สภท.55ปี/สททท. นำคณะ มอบอุปกรณ์การศึกษา - อุปกรณ์การกีฬา" จำนวน 10 โรงเรียน ในเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรี


นายกสมาคม สภท.55ปี/สททท. นำคณะ มอบอุปกรณ์การศึกษา -  อุปกรณ์การกีฬา" จำนวน 10 โรงเรียน ในเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรี



วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. : นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.55ปี)/นายกสมาคมเทวาลัยองค์เทพประทานพร (สททท.) พร้อมด้วย นายธวัชชัย เฟื่องอนันต์ บรรณารักษ์ สมาคม สภท.55ปี/อุปนายกสมาคม สททท., อ.มังกรพันเศียร เชียง ถง หลง ประธานฝ่ายพิธีกรรม สมาคม สททท.
ร่วมกับ มูลนิธิปอเต็กตึ้ง และ ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ นำคณะฯ มอบอุปกรณ์การศึกษา -  อุปกรณ์การกีฬา" ให้กับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา ในพื้นที่ อำเภอบางบัวทอง และอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวน 10 โรงเรียน ในวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2563 ดังนี้
  1. โรงเรียนประชารัฐบำรุง อ.บางบัวทอง
  2. โรงเรียนแสงประเสริฐ อ.บางบัวทอง
  3. โรงเรียนชุมชนไมตรีอุทิศ อ.บางบัวทอง
  4. โรงเรียนวัดลาดปลาดุก
อ.บางบัวทอง
  5. โรงเรียนชุมชนวัดบางไผ่ อ.บางบัวทอง
  6. โรงเรียนวัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด
  7. โรงเรียนวัดอินทาราม
อ.ปากเกร็ด
  8. โรงเรียนไทยรัฐวิทยา95 อ.ปากเกร็ด
  9. โรงเรียนวัดปรมัยยิกาวาส
อ.ปากเกร็ด
 10. โรงเรียนวัดศาลากุน
อ.ปากเกร็ด



โดย นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคม สภท.55ปี/สททท. เปิดเผยว่า กิจกรรมในครั้งนี้ ผมและคณะกรรมการได้ประชุมหารือกัน โดยมติที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันว่า ให้นำอุปกรณ์การกีฬาการศึกษา นำมามอบให้กับเด็กนักเรียนชั้นประถม ในเขตพื้นที่อำเภอบางบัวทองและอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวน 10 โรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้เด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ได้เสริมสร้างทักษะทางความรู้-ทักษะทางกีฬา และห่างไกลจากยาเสพติด ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่นักเรียนที่จะเติบโตเป็นกำลังของชาติในอนาคต ต่อไป



#รายนามผู้ร่วมบริจาคสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ ได้แก่
1. นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคฯ 2,000 บาท
2. นายอรรถการ ตฤษณารังสี ประธานสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีซันชิโร่ 2,000 บาท
3. นายวิศิษฐ์ เอี่ยมวิโรจน์ฤทธิ์ เจ้าของโรงแรมป่าตองพารากอน รีสอร์ท แอนด์สปา จ.ภูเก็ต  2,000 บาท
4. นายนราธิเบต ทองดำ (เสี่ยเบส เชียงใหม่) 2,000 บาท
5. พลตรีวัชชรินทร์ สุวรรณรินทร์ เจ้ากรมสารวัตรทหารบก 3,000 บาท
6. นายพีรพล แสงสุนีย์ (คุณอ๋ำ) 1,000 บาท
7. คุณเมฆงาม บัวเลียง (คุณหน่อย) 1,000 บาท
8. นายพรอรัญ สุวรรณพลาย (คุณนิ่ม) บริษัท ไมโครไบโอเทค จำกัด  2,000 บาท
9. คุณสุจิตรา แก้วเงิน บริษัท รักษาความปลอดภัย แซม กรุ๊ป จำกัด 1,000 บาท
10. นายณัฏฐรัชช์ พรธาดาวิทย์ (เสี่ยทศ ชนแดน) 2,222.22 บาท
11. คุณวรัชยา วงษ์ธัญญะ (คุณบัว) และครอบครัว 2,000 บาท
12. นายเสมอ-คุณอุมาลี บุญญาวัลย์ ร้านครัวเสวย ประตูน้ำ 2,000 บาท
13. นายเกรียงไกร หิรัญพันธุ์ทิพย์ นายกสมาคมเหรียญกษาปณ์และเงินพดด้วง 2,000 บาท
14. นายศิริศักดิ์ ลิ้มภักดี (คุณหน่อย เขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี) 2,000 บาท
15. นายชินวัฒน์ ใจกุศลสูงยิ่ง 1,000 บาท
16. คุณวันทนา วิริยะกุล (คุณหน่อง) เจ้าของ นสพ.ไทยแหลมทอง 1,000 บาท
17. คุณบังอร ศกุนะสิงห์ นายทะเบียนสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคฯ 1,000 บาท
18.นายสมจิตร แว่นแก้ว"ค่ายมวยจิตร เมืองนนท์" 20,000 บาท
19. นายนำชัยชนะ ดีวิ อุปนายกภาคกลาง สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคฯ 3,000 บาท
20. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 5,000 บาท พร้อมด้วยสมุด, ดินสอ และไม้บรรทัด จำนวน 2,000 ชุด



ทั้งนี้ ขอขอบคุณ คุณโอ๊ค... รายการแอดไทม์ ททบ.5 พร้อมทีมงานข่าวที่ร่วมถ่ายทำรายการ และขอขอบคุณคณะลูกศิษย์อาจารย์มังกรพันเศียร  เชียง ถง หลง ที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

#สมาคมหนังสือพิมพ์​ส่วนภูมิภาค​ (สภท.55ปี)
#สมาคมเทวาลัยองค์​เทพประธาน​พร​(สททท.)
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์​รายงาน
#T.Newsman007Online



จังหวัดร้อยเอ็ด จัดพิธีมอบปฏิทินหลวงพุทธศักราช 2563 พระราชทานสำหรับความสุขปีใหม่ ปี 2563


          จังหวัดร้อยเอ็ด จัดพิธีมอบปฏิทินหลวงพุทธศักราช 2563 พระราชทานสำหรับความสุขปีใหม่ ปี 2563
              วันที่ 2 มีนาคม 2563 เวลา 09.00 น. นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีมอบปฏิทินหลวงพุทธศักราช 2563 พระราชทานสำหรับความสุขปีใหม่ ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายทวี จงประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายเจนเจตน์ เจนนาวิน ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด นายสนอง ดลประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการเข้าร่วมพิธี



                ทั้งนี้  กระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า สำนักพระราชวังได้จัดพิธีมอบปฏิทินหลวงพุทธศักราช 2563 พระราชทานสำหรับความสุขปีใหม่ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ให้แก่กระทรวงมหาดไทย ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 ณ ห้องประชุม 3 อาคารสำนักพระราชวัง หน่วยราชการในพระองค์ 904 โดยมี พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธี เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการมอบปฏิทินหลวงฯ ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 1 เล่ม และข้าราชการในจังหวัด จำนวน 2 เล่ม จังหวัดร้อยเอ็ดจึงได้จัดพิธีมอบปฏิทินหลวงฯ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ให้แก่ข้าราการในจังหวัด โดยมอบปฏิทินหลวงฯ ให้แก่ข้าราชการในจังหวัดร้อยเอ็ด ประกอบด้วย   นายเจนเจตน์ เจนนาวิน ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะผู้แทนนายอำเภอ ข้าราชการในอำเภอ และบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินโครงการจิตอาสา "เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์" ของจังหวัดร้อยเอ็ด   นายสนอง ดลประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการในส่วนราชการระดับจังหวัด โดยเป็นผู้รับผิดชอบการจัดงานพระราชพิธี งานรัฐพิธี และงานพิธีการสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด



คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ด จัดพิธีลงนามความร่วมมือ MOU เพิ่มปริมาณผู้เรียนอาชีวศึกษาต่อสามัญศึกษา 50 : 50


           จังหวัดร้อยเอ็ด จัดพิธีลงนามความร่วมมือ  MOU เพิ่มปริมาณผู้เรียนอาชีวศึกษาต่อสามัญศึกษา 50 : 50
              วันที่ 2 มีนาคม 2563 เวลา 10.30 น. นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพิ่มปริมาณผู้เรียนอาชีวศึกษาต่อสามัญศึกษา 50 : 50 ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยอ็ด โดยมีนายครรชิต วรรณชา ศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด นายสิระพงศ์ ชูวงศ์เลิศ ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้อำนวยการสถานศึกษา และคณะครูเข้าร่วม
       นายสิระพงศ์ ชูวงศ์เลิศ ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า  กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีนโยบายในการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษา โดยมอบหมายให้สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ ร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนสายอาชีพ โดยกำหนดให้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษาและสายสามัญ ในอัตราส่วน 50 : 50


โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ผลิตนักศึกษาสายอาชีพ ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยีบัณฑิต (ทล.บ.) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ บริการ ทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เพื่อนำประไทยไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง อันหมายถึงประเทศกำลังพัฒนา ไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง กลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แนวทางในการดำเนินการของแผนนโยบายเป็นแผนระยะยาว 20 ปี เพื่อนำประเทศไปสู่ความทันสมัย สอดคล้องกับยุคดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนทั่วไป การเปลี่ยนแปลงประเทศสู่ยุค 4.0 ส่งผลต่อทุกภาคส่วน ซึ่งอาชีวศึกษาจะต้องนำพาประเทศชาติเข้าสู่ยุค 4.0 ยุคสมัยที่คนอาชีวศึกษายุคใหม่ในแต่ละสาขาถูกสร้างให้พร้อมสำหรับสังคมดิจิทัล ชาญฉลาดในการใช้เทคโนโลยี สร้างสรรค์ผลงานด้วยความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้ปฏิบัติงานที่แก้ปัญหาให้กับหน่วยงาน สื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างมีความหมาย ทำงานร่วมกับองค์กรและสถานประกอบการได้อย่างกลมกลืน เป็นกำลังคนที่ทรงคุณค่าและพร้อมจะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
       การลงนาม MOU ในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดทั้งภาครัฐและเอกชน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1 , 2 ,3 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 27
///
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด


วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563

"ศักดิ์สยาม" เปิดกิจกรรมรณรงค์ “เช็กรถก่อนใช้ ครอบครัวปลอดภัย สังคมไทยปลอดฝุ่น”


"ศักดิ์สยาม"  เปิดกิจกรรมรณรงค์ “เช็กรถก่อนใช้ ครอบครัวปลอดภัย สังคมไทยปลอดฝุ่น”

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ “เช็กรถก่อนใช้ ครอบครัวปลอดภัย สังคมไทยปลอดฝุ่น” ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปี 2563 พร้อมด้วย นายสุชาติ โชคชัยวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงฯ นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ และนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงฯ ร่วมพิธี โดยมี นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ให้การต้อนรับ ในวันที่ 2 มีนาคม 2563 เวลา 13.30 น. ณ โถงอาคาร 1 กรมการขนส่งทางบก



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เนื่องจากเป็นวาระแห่งชาติ และให้ความมือร่วมกันวางแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว ซึ่งแม้ว่า ขบ. และกระทรวงฯ จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่จะให้ประสบผลสำเร็จ 100% ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ต้องการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด หรือถึงขั้นต้องใช้มาตรการกำหนดอายุการใช้งานของรถและการเก็บภาษีใช้รถในกรุงเทพมหานคร ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกัน และขอเชิญชวนผู้ขับขี่รถทุกคนบนท้องถนน “เช็กรถก่อนใช้” ใส่ใจการบำรุงรักษาเครื่องยนต์และปรับแต่งเครื่องยนต์อย่างเหมาะสม เพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัย รวมถึงการปรับพฤติกรรมการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะสั้นคือ การตรวจควันดำรถโดยสาร รถบรรทุก และรถที่มาดำเนินการด้านทะเบียนกับ ขบ.



โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ตรวจค่าควันดำไปแล้วกว่า 100,000 คัน ดำเนินการพ่นข้อความห้ามใช้แล้วกว่า 3,000 คัน สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนเริ่มต้นแก้ไขปัญหาที่ตนเอง ขณะที่รถของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ อยู่ระหว่างทดสอบการติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถ ระยะเวลา 30 วัน จากนั้นจะสรุปผลและดำเนินการต่อไป ส่วนมาตรการระยะกลางคือ การปฏิรูปปรับเส้นทางเดินรถสาธารณะไม่ให้วิ่งทับซ้อนกัน เพื่อลดปริมาณรถโดยสาร การดำเนินการแผนปฏิรูปองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งต้องเปลี่ยนรถโดยสารในปัจจุบัน เป็นรถที่ใช้พลังงานสะอาด เช่น รถที่ใช้ NGV ไฮบริด NGV และ EV เป็นต้น และการเปลี่ยนหัวรถจักรรถไฟเป็นหัวรถจักรไฟฟ้า ขณะที่มาตรการระยะยาวคือ การเปลี่ยนพลังงานที่ใช้ในยานพาหนะ จากพลังงานฟอสซิล เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรจะดำเนินการวางกรอบแนวทางบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป




ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้เยี่ยมชมจุดสาธิตวิธีการเช็กรถก่อนใช้ อาทิ การตรวจสอบระดับน้ำมันหล่อลื่น เครื่องกรองอากาศ การล้างเขม่าที่ท่อไอเสีย เป็นต้น และปล่อยขบวนรณรงค์ “เช็กรถก่อนใช้ ครอบครัวปลอดภัย สังคมไทยปลอดฝุ่น”





ตม.สนามบิน เข้มมาตรการคัดกรองผีน้อยเข้าไทย


ตม.สนามบิน เข้มมาตรการคัดกรองผีน้อยเข้าไทย

ตามที่ปรากฏข่าว คนไทยซึ่งไปทำงานที่เกาหลี พากันไปรายงานตัวกับ ตม.เกาหลีจำนวนมาก เพื่อให้มีการส่งกลับไทย ตามสื่อโซเชียล และ สื่อมวลชนทั่วไปนั้น

พ.ต อ.เชิงรณ ริมผดี รองโษษก สตม.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2562 เวลา 15.00 พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้เรียกประชุมทางไกลผ่านจอภาพ conference กับหัวหน้าด่าน ตม.สนามบินในสังกัด ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ พร้อม นพ.โรม บัวทอง นายแพทย์เชี่ยวชาญ กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ประจำท่าอากาศยาน กำหนดมาตรการรองรับการปฏิบัติ ซึ่ง พล.ต.อ
.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร และ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง.ผบช.สตม.ได้มีความห่วงใยและสั่งกำชับการปฏิบัติโดยให้บูรณาการกับหน่วยที่เกี่ยวข้องให้เป็นรูปธรรม


โดยมาตรการสำคัญ ที่จะรองรับคนไทยที่จะอยู่ในสถานะถูกส่งกลับจากเกาหลี ซึ่งในสถานการณ์ปกติจะมีการส่งกลับทางสุวรรณภูมิราว 50 คนต่อวัน และ ดอนเมืองราว 20 คนต่อวัน

ในกรณีนี้ ทาง ตม.ได้ประสานสายการบินที่รับตัวคนไทยกลับ ให้จัดโซนที่นั่งเฉพาะแก่กลุ่มผู้โดยสารดังกล่าว และรวมพาสปอร์ตไว้ เมื่อมาถึงท่าอาศยานดอนเมือง หรือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทาง ตม.จะร่วมปฏิบัติกับ จนท.ควบคุมโรค เพื่อทำการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องเทอร์โมสแกนก่อนเข้าอาคาร ทันทีที่ลงจากเครื่อง

หากพบว่ามีอาการไข้ ก็จะคัดแยกตัวเข้าสู่การกักตัวรักษาอาการที่ รพ.ในเครือข่ายควบคุมโรค เพื่อเฝ้าดูและรักษาอาการต่อไป

ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการ จะเข้าสู่กระบวนการจัดทำประวัติโดยละเอียด ก่อนให้เดินทางกลับที่พักที่แจ้งไว้ โดยให้กักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน พร้อมแจกคำแนะนำเพื่อสังเกตุอาการตัวเอง พร้อมเบอร์โทรสายด่วนควบคุมโรค 1422 เพื่อแจ้งทันทีที่สงสัยว่ามีอาการ โดยทางกรมควบคุมโรคยัง จัด จนท.เข้าติดตามอาการ คนไทยที่ถูกส่งกลับจากเกาหลี ที่ที่พักที่แจ้งอีกส่วนหนึ่งด้วย


ที่ผ่านมา ทาง จนท.ตม.สนามบินได้ให้ความสำคัญต่อการให้ความร่วมมือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการสกัด คัดกรอง ระวังการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือผู้เดินทางชาวต่างชาติ ในการเข้มงวดกับการกรอกข้อมูลที่พักตามแบบ immigration card โดยละเอียด เพื่อสะดวกต่อการติดตามตัวภายหลัง รวมถึงการประสานสายการบินรายงานข้อมูล seat ที่นั่งบนเครื่อง เพื่อตรวจสอบหากมีกรณี พบผู้มีอาการ ที่เดินทางมากับสานการบินต่างๆด้วย นอกจากนั้น พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ และ พล.ต.ต.วีรพลฯ ยังกำชับ จนท.ในการเฝ้าระวังตนเอง และ การฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดเคาท์เตอร์ อุปกรณ์ เครื่องมือตรวจคนเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งงดลาไปต่างประเทศที่อยู่ในรายชื่อประเทศเสี่ยงด้วย