วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ประชุมสัมมนา World Hairdressing Economic Forum 2019


ประชุมสัมมนา World Hairdressing Economic Forum 2019
  เมื่อวันที่ 11-13 พ.ย.62 พล.อ.เสริมศักดิ์ วิเศษไชยศรี นายกสมาคมธุรกิจอาเซียน และนายกสมาคมชาวอีสาน ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมสัมมนา World Hairdressing Economic Forum 2019 ณ เมือง Xiamen China และในการนี้ได้รับเกียรติสูงสุด เป็นผู้มอบรางวัลเกียรติยศ ให้กับผู้แทน 7 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น, เกาหลี, อังกฤษ, สเปน, เวียดนามและจีน จากประเทศต่าง ๆ เกือบทั่วโลก












ผู้ช่วย ยธ. รับเรื่องหลอกขายตั๋วเครื่องบินราคาถูก ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยใช้รีวิวดาราเป็นตัวล่อ ผู้เสียหาย 500 กว่าราย สูญเงินกว่า 31 ล้านบาท


ผู้ช่วย ยธ. รับเรื่องหลอกขายตั๋วเครื่องบินราคาถูก ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยใช้รีวิวดาราเป็นตัวล่อ ผู้เสียหาย 500 กว่าราย สูญเงินกว่า 31 ล้านบาท

 ผู้เสียหายกว่า 100 ราย ร้อง ยธ. ถูกหลอกขายตั๋วเครื่องบินราคาถูก ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยใช้รีวิวดาราเป็นตัวล่อ จนหลงเชื่อ เพื่อขอให้ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ ผู้เสียหาย 500 กว่าราย สูญเงินกว่า 31 ล้านบาท

วันนี้ (25 พ.ย.) ที่บริเวณหน้าศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข ชั้น 2 กระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ น.ส.จุฑาภา (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี พร้อมกลุ่มผู้เสียหายกว่า 100 คน ร้องทุกข์ต่อ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม หลังถูกหลอกขายแพคเกจตั๋วเครื่องบินพร้อมโรงแรมที่พักราคาถูก ผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “2gether” และอินสตาแกรม ชื่อ “twogether1” รวมกว่า 514 เคส เป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 31 ล้านบาท เพื่อขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ และดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชน



น.ส.จุฑาภา กล่าวว่า ตนรู้จักเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวเมื่อเดือนเม.ย.62 ซึ่งเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือเนื่องจากมีรีวิวจากดาราและมีผู้ที่สามารถเดินทางได้จริง จึงได้ตัดสินใจซื้อตั๋วเดินทางรวม 5 ทริป ใน 6 ประเทศ เป็นเงินกว่า 4 แสนบาท กระทั่งเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีการทักท้วงจากกลุ่มแฟนเพจว่าไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศตามที่ได้ซื้อตั๋วหรือแพคเกจ ซึ่งเจ้าของเพจอ้างว่าถูกเอเจนซี่โกงทำให้ไม่มีเงินมาชดใช้ความเสียหาย แต่จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของเพจใช้ชื่อ-นามสกุลของตัวเองจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมเอง รวมทั้ง พบว่ามีบุคคลในครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยและน่าจะมีส่วนรู้เห็นในการหลอกลวงผู้เสียหาย



น.ส.จุฑาภา กล่าวอีกว่า หลังจากมีการทักท้วงไปยังเจ้าของเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ต่อมาได้มีการนัดเจรจากับกลุ่มผู้เสียหายบางรายเพื่อยินยอมชดใช้เงินบางส่วน รวมยอดเงิน 1.7 แสนบาท จากนั้นได้มีผู้เสียหายทยอยเดินทางมานัดพบเพื่อทวงถามและขอรับเงินชดใช้ แต่เจ้าของเพจฯได้พยายามขอเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหาย แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ทางเจ้าของเพจฯจึงได้ขับรถหลบหนีไป ทั้งนี้ทราบว่าบิดาเจ้าของเพจฯทำงานเป็นข้าราชการตำรวจ ยศ ร.ต.ท. ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล5 ซึ่งเป็นผู้ขับรถพาเจ้าของเพจหลบหนีออกจากการปิดล้อมของกลุ่มผู้เสียหาย นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลอีกว่ากลุ่มผู้เสียหายที่ได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ โดยซื้อตั๋วจากเพจ 2gether จำนวน 2 กลุ่มทัวร์ ถูกลอยแพอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากว่าไม่มีตั๋วกลับและไม่มีที่พักด้วย



ด้าน นายสามารถ เผยว่า เบื้องต้นได้รับคำร้องของผู้เสียหายทุกคนไว้ก่อน ในส่วนที่มีการระบุว่าไปแจ้งความตามโรงพักต่างๆแล้วเจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้ง ในส่วนนี้ต้องมาดูว่ามีเจตนาฉ้อโกงตั้งแต่ต้นหรือไม่ ถ้ามีการฉ้อโกงตั้งแต่ต้น โดยปกปิด ปิดบังข้อเท็จจริง อันนี้ก็เข้าข่ายฉ้อโกง สำหรับจำนวนผู้เสียหาย 500 กว่าราย มูลค่าความเสียหายกว่า 31 ล้าน ถือว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ที่จะต้องมีจำนวนเกิน 300 คนขึ้นไป โดยหลังจากนี้จะให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเข้ามาช่วยเหลือเรื่องการไกล่เกลี่ยหนี้สินที่ผู้เสียหายมีการหยิบยืมจากที่ต่างๆ เพื่อมาซื้อตั๋วเครื่องบินด้วย อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันมิจฉาชีพมีการเปลี่ยนรูปแบบให้การก่อเหตุ



ทั้งนี้นายสามารถ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ได้เปิดห้องประชุมไชยานุกิจชั้น 3 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพภาพ โดยมีท่านรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายเกิดโชค  เกษมวงษ์จิต พร้อมผู้อำนวยการกองทุนยุติธรรมฯ ที่มารับฟังปัญหาของผู้เสียหายจำนวน 119 ราย ได้มีการแยก ผู้เสียหายตามแต่ละท้องที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและอำนวยความยุติธรรมให้กับผู้เสียหายเช่น สน.ดอนเมือง , บางเขน , บางศรีเมือง , ท่าเรือ เป็นต้น ตามนโยบายของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่าน สมศักดิ์ เทพสุทิน ยุติธรรมเชิงรุกสร้างสุขให้กับประชาชน
ตามบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เร่งให้รัฐบาลแก้ปัญหาการฉ้อโกงประชาชน ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาสังคม และ แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนโดยทั่วถึง




ศิษย์เก่าโรงเรียน สีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา”พบปะสังสรรค์​

ศิษย์เก่าโรงเรียน สีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา”พบปะสังสรรค์​
ศิษย์เก่าโรงเรียน สีคิ้ว "สวัสดิ์ผดุงวิทยา" รุ่นม.ปลาย​ /6/7​ ปี​ 30 พบปะสังสรรค์​ ณ​ ภวรินทร์รีสอร์ท​ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา​ วันเสาร์ทื่ 23​ พฤศจิกายน​ 2562​ ที่ผ่านมา















ต้อนรับคณะสมาคมนักข่าวแห่งเวียดนาม


ต้อนรับคณะสมาคมนักข่าวแห่งเวียดนาม
 
      นายมงคล  บางประภา ประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายดำฤทธิ์ วิริยะกุล ที่ปรึกษา สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และเลขาธิการสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน ให้การต้อนรับ นายต่วน หูว์ ประธานสมาคมนักข่าวแห่งเวียดนาม และ รองโฆษกคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ พร้อมนายฮวาง วินห์ บ่าว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสาร และคณะสมาคมนักข่าวแห่งเวียดนาม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวคอยอำนวยความสะดวก

เนื่องในโอกาส สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (Confederation of Thai Journalists) และสมาคมนักข่าวเวียดนาม (Vietnam Journalists Association) ได้สถาปนาความสัมพันธ์ และมีความร่วมมือระหว่างกันมาช้านาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชนสองประเทศ อันจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ดีระหว่างประชาชน และเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติในที่สุด
            ทั้งนี้ ทั้งสององค์กรได้จัดให้มีโครงการแลกเปลี่ยนเยี่ยมเยียนระหว่างกันเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้สมาพันธ์ฯ จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะของสมาคมนักข่าวเวียดนามจำนวน 7 ท่าน ระหว่างวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน ถึง วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 นี้



คณะสื่อมวลชนเวียดนามประกอบด้วย

1. นายต่วน  หูว์ ประธานสมาคมนักข่าวเวียดนาม และ รองโฆษกคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์
2. นายฮวาง วินห์ บ่าว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสาร
3. นายฮวาง ดินห์ โฮม
- ประธานสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพจังหวัดลาง เซิน และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ลาง เซิน
4. นาย บูย ทันห์ โฮง ประธานสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์จังหวัด Dong Thap และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์และวิทยุโดง ทาบ
5. นางตรัน ล่าน อันห์ รองบรรณาธิการนักข่าวและหนังสือพิมพ์สมาคมนักข่าวเวียดนาม
6. นายเหงียน ตรูง ทันห์ เลขานุการ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์หยัญยัน และรองผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์หยัญยัน
7. นางสาวเหงียน โด๋ ฮว่า มี่ รองหัวหน้าฝ่ายวิเทศสัมพันธ์สมาคมนักข่าวเวียดนาม

ส่วนเจ้าหน้าที่ไทย ติดตามคณะประกอบด้วย
1. นางปนัดดา เหล่าชูวงศ์  เจ้าหน้าที่สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ
2. นายฮวาง ขันห์ เยื่อง ล่ามไทย-เวียดนาม ประจำคณะ



วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

เครือข่าย "โซล่าร์รูฟ" ชวน "ก้อง-สหรัถ" เดินหน้า "โซลาร์ภาคประชาชน"


เครือข่าย "โซล่าร์รูฟ" ชวน "ก้อง-สหรัถ" เดินหน้า "โซลาร์ภาคประชาชน"

 การผลักดันให้ภาคประชาชนร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ไฟฟ้า อย่างโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" ซึ่งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งเดินหน้าให้ประชาชนร่วมกันติดตั้ง "โซล่าร์ รูฟท็อป" แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย แต่วันนี้โครงการดังกล่าว กำลังได้รับตอบรับและสนับสนุนจากภาคประชาชน และภาคเอกชนอย่างมาก




 เมื่อวันที่ 24 พ.ย.62 เวลา 14.00 น.ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกท กลุ่มเครือข่าย "โซล่าร์รูฟ" ซึ่งเป็นการรวมตัวกันจากบริษัทและผู้ประกอบการชั้นนำด้านการติดตั้ง "โซลาร์เซลล์" ร่วมกันเปิดงาน "Smart Energy พลังงานฟรีจากหลังบ้านคุณ ผ่อนระบบโซลารูฟ" ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสนับสนุนนโยบาย "โซล่าร์ภาคประชาชน" ของของรัฐบาล และเป็นทางเลือกช่วยเหลือประชาชนในการติดตั้ง "โซล่าร์ รูฟท็อป" โดยกลุ่มเครือข่ายฯ จะช่วยในเรื่องของการผ่อนจ่ายค่าติดตั้งนานถึง 48 เดือน และยังให้ไฟที่เหลือจากการใช้ขายคืนให้ภาครัฐ เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย แถมอนุมัติในการผ่อนจ่ายได้อย่างง่ายๆ ซึ่งทางเครือข่ายมุ่งหวังจะให้ภาคประชาชนหันมาสนใจและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด รู้คุณค่าของแสงแดด อีกทั้งเป็นการลดการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระโลกร้อน และปัญหาการปล่อยก๊าซคาบอนไดออกไซด์ PM 2.5 อีกด้วย




 นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ของโครงการ ก็คือ ก้อง สหรัถ สังคปรีชา ดารานักแสดงชื่อดัง ซึ่งก้อง สหรัถ เองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ติดตั้งพลังงานโซลาร์เซลล์ที่บ้านของตัวเอง บอกว่า ในฐานะที่ตัวเองก็ติดตั้งพลังงานโซลาร์ที่บ้านตัวเองมาระยะหนึ่ง ได้เห็นถึงความประหยัดในการใช้พลังงานด้านไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน รวมถึงเคยศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของการใช้พลังงานโซลาร์เซลล์มาหลายปี จึงอยากขอให้ประชาชนทุกคนร่วมกันหันมาสนับสนุนการติดตั้ง "โซล่าร์รูฟ" ที่บ้านของตัวเอง และยังเป็นการช่วยภาครัฐในเรื่องของการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ตามโครงการโซลาร์ภาคประชาชนอีกด้วย