วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563

พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ พร้อมคณะทำงานขับเคลื่อนการยกระดับการให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจในพื้นที่ ภ.2


พล...ศตวรรษ หิรัญบูรณะ พร้อมคณะทำงานขับเคลื่อนการยกระดับการให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจในพื้นที่ .2

30 ..63 พล...ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ประจำ(สบ 9)ตร. (ปป1)(สส1)(มค 1) พร้อมคณะทำงานขับเคลื่อนการยกระดับการให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจในพื้นที่ .2 ได้ตรวจการให้บริการประชาชนของ สภ.ศรีมหาโพธิ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะการทำงานจากข้าราชการตำรวจ กต.ตรมอบวีลแชร์ให้กับ สภ.ในสังกัด .จว.ปราจีนบุรีและสถานพยาบาลในพื้นที่ ปราจีนบุรี พร้อมกำชับการปฏิบัติตามข้อสั่งการ ตร.ที่เคยสั่งการไว้ 





วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563

เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าพบนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ



เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าพบนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ
  วันที่ 29 มกราคม 2563 ณ อาคารรัฐสภา นางสาวณัฐธชลัยย์ มยูรศักดิ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าพบนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรมเพื่อแสดงความขอบคุณ ที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ โดยมีนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ และนายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมรับฟังด้วย สืบเนื่องจากกรณีเกษตรกรจังหวัดตรังผู้ประสบปัญหาหนี้สินนอกระบบที่เคยเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากท่านสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา โดยในวันนั้นเมื่อผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแล้ว ก็ได้แถลงข่าวให้หน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนหนี้นอกระบบ จนกระทั่งหลังจากกลับไป พี่น้องเกษตรกรก็ได้เข้าไปเจรจาในพื้นที่กับเจ้าหนี้ ก็ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหนี้เป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาที่วันนี้นางสาวณัฐธชลัยย์ มยูรศักดิ์ ได้เป็นตัวแทนพี่น้องเกษตรกรมาขอบคุณผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม
ทั้งนี้ การดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นภารกิจที่ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เน้นย้ำให้สร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน เพื่อให้เกิดความเสมอภาคทุกชนชั้น ภายใต้แนวคิด “ยุติธรรมเชิงรุก สร้างสุขให้ประชาชน”

ผช รมว ยธ เผยตัวเลขสถิติประเทศไทยดีขึ้นกว่า10ปีที่แล้ว


ผช รมว ยธ เผยตัวเลขสถิติประเทศไทยดีขึ้นกว่า10ปีที่แล้ว

นาย สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผช.รมว.ยธ. โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวชื่อ " สามารถ เจนชัยจิตรวนิช" ระบุว่า

วันนี้ ผมขอนำตัวเลขสถิติที่น่าจะมาบอกแก่พ่อแม่พี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลนี้ นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เน้นปราบปรามหนี้นอกระบบ แก้ปัญหา ความเดือดร้อนประชาชนต่างจังหวัดที่ไม่มีทางออก แต่มีเพียงรัฐบาลนี้เท่านั้นที่แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน  ที่เน้นแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน เน้นยุติธรรมเชิงรุก สร้างสุขให้ประชาชน ...

โดยผมขอยกสถิติข้อมูลจากเพจ "ลงทุนแมน" ข้อมูลจาก SET และธนาคารแห่งประเทศไทย มาเสนอและย่อยให้แฟนเพจผม และประชาชนได้ทราบกัน

ประเทศจะเจริญหรือไม่เจริญดูจากอะไรบ้างตัวเลข

1.จำนวนประชากรคนไทย
-10 ปีที่แล้วประเทศไทยมีประชากร 63.4 ล้านคน
-ปัจจุบันมีจำนวนประชากรคนไทย 66.4 ล้านคน

"หมายถึงมีประชากรมากขึ้น"

2.อัตราการเกิดคนไทย
-10 ปีที่แล้วประเทศไทยมีอัตราการเกิด 12 คน ต่อประชากร 1,000 คน
-ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเกิด 10 คน ต่อประชากร 1,000 คน

"หมายถึงคนมีลูกกันน้อยลง"

3.อายุไขคนไทย
-10 ปีที่แล้วคนไทยมีอายุไขเฉลี่ย 73 ปี
-ปัจจุบันอายุไขคนไทยเฉลี่ย 76 ปี

"หมายถึงคนอายุยืนมากขึ้น"

4.โครงสร้างอายุ
*ช่วงอายุ 0-14 ปี
-10 ปีที่แล้ว 20%
-ปัจจุบัน 17%
*ช่วงอายุ 15-64 ปี
-10 ปีที่แล้ว 72%
-ปัจจุบัน 71%
*ช่องอายุ 75 ปีขึ้น
-10 ปีที่แล้ว 8%
-ปัจจุบัน 12%

"หมายถึง เด็กเกิดน้อยลง คนแก่มากขึ้น เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จึงดูแลคนสูงอายุมากขึ้น มีเบี้ยและสวัสดิการคนชรามากขึ้น"


5.การขยายชุมชนเมืองในประเทศไทย
-10 ปีที่แล้วประเทศไทยขยายตัว 40%
-ปัจจุบันมีการขยายตัวชุมชนเมือง 48%

"หมายถึงมีการขยายเมืองออกไปต่างจังหวัดมากขึ้น คนไทยครึ่งประเทศอยู่ในเมือง ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพฯ เศรษฐกิจดี เมืองจึงขยายตัวมากขึ้น"

6.GDP
-10 ปีที่แล้วประเทศไทย GDP 9.7 ล้านล้านบาท
-ปัจุจุบัน 16.4 ล้านล้านบาท

"หมายถึงเศรษฐกิจโตขึ้น 69%"

7.อัตราการว่างงาน
-10 ปีที่แล้วประเทศไทยว่างงาน 1.2%
-ปัจจุบัน 0.7%

"หมายถึงคนตกงานน้อยลง"

8.อัตราเงินเฟ้อ
-10 ปีที่แล้วประเทศไทยอัตราเงินเฟ้อ 5.5%
-ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.1.%

"หมายถึง ราคาสินค้ายังไม่เพิ่ม เงินในระบบหมุนเวียนดีขึ้น"

9.มูลค่าสินค้าส่งออกรวม
-10 ปีที่แล้วประเทศไทยส่งออกรวม 5.3 ล้านล้านบาท
-ปัจจุบันมูลค่าสินค้าส่งออกจากประเทศไทยรวม 7.6 ล้านล้านบาท

"หมายถึงสินค้าไทยส่งออกไปทั่วโลกมากขึ้น 43%"

***สรุปโดยรวมคือ วัดจากสถิติ 10 ปีที่แล้ว ปัจจุบัน ประเทศไทยประชากรมากขึ้น คนมีลูกกันน้อยลง


แต่คนอายุไขยืนยาวมากขึ้น ช่วงอายุประชากรเด็กน้อยลง แต่ช่วงอายุคนวัยกลาง-75ปี  มีมากขึ้น แสดงว่าเข้าสู่ช่วงอายุคนสูงวัย

ส่วนด้านการขยายตัวของเมืองออกไปต่างจังหวัดมากขึ้น คนไทยครึ่งประเทศอยู่ในเมืองใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพฯเท่านั้น เศรษฐกิจดี เมืองจึงขยายตัวมากขึ้น  ทั้งตัวเลข GDP หรือเศรษฐกิจโตขึ้น 69%  มีตัวเลขคนตกงานน้อยลง

ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อลดลง ทำให้ราคาสินค้ายังไม่เพิ่ม แสดงให้เห็นว่าเงินในระบบหมุนเวียนดีขึ้น และสุดท้ายตัวเลขสินค้าไทยส่งออกไปทั่วโลกมากขึ้น 43%

ทั้งนี้ผมขอให้กำลังใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ และคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป จากสถิติที่ได้กล่าวอ้างมาข้างต้น แสดงว่ารัฐบาลนี้เดินมาถูกทางแล้ว และควรมุ่งมั่นพัฒนาประเทศต่อไป และฝ่ายค้านควรดูตัวเลขเหล่านี้ควรบอกความจริงแก่ประชาชน ที่ไม่ใช่นำข้อมูลเท็จมาให้ประชาชน หรือ พวกfake news ทั้งนี้จากตัวเลขสถิติแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนายกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้วางฐานรากของประเทศได้ดี จึงทำให้ตัวเลขด้านบวกของประเทศเติบโตไปในทิศทางที่ดีแบบมีนัยยะสำคัญ


พม. ยกระดับนักบริหารองค์กรสาธารณประโยชน์ ขับเคลื่อนการจัดสวัสดิการสังคม


พม. ยกระดับนักบริหารองค์กรสาธารณประโยชน์ ขับเคลื่อนการจัดสวัสดิการสังคม
เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓ ที่สถาบันการพัฒนาความรู้ด้านการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นายชูรินทร์ ขวัญทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมนักบริหารองค์กรสาธารณประโยชน์ รุ่นที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๒๙ – ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหารองค์กรสาธารณประโยชน์พัฒนาองค์ความรู้ในด้านการจัดสวัสดิการสังคม เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายองค์กรสาธารณประโยชน์ รวมทั้งเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการพัฒนาองค์กรและงานสวัสดิการสังคม โดยมีผู้บริหารองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ผ่านการรับรองตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖ จากทั่วประเทศ จำนวน ๑๐๐ คน เข้าร่วมโครงการ



นายชูรินทร์ ขวัญทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวว่า ตามที่พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๐ กำหนดให้คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ มีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการและการพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานในองค์กรสาธารณประโยชน์ ซึ่งที่ผ่านมา กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำเนินการให้มีโครงการพัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติงานฯ มาเป็นระยะ โดยโครงการในลักษณะนี้ ได้จัดมาแล้ว จำนวน ๓ รุ่น คือ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมา มีบุคลากรขององค์กร สาธารณประโยชน์เข้าร่วมโครงการไปแล้วทั้งสิ้น ๑๕๐ คน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔



ซึ่งผลของการเข้าร่วมโครงการประการหนึ่งซึ่งเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ การมีเครือข่ายในการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรสาธารณประโยชน์ รวมทั้งองค์ความรู้ที่ได้รับ หลายองค์กรนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ในการจัดสวัสดิการสังคม ตามบทบาทของแต่ละองค์กร ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบการป้องกัน การแก้ไขปัญหา และการพัฒนาสังคมในชุมชนเป้าหมาย



สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ มีการให้ความรู้ในเนื้อหาต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการสังคม ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับการจัดรูปแบบสวัสดิการ การสร้างเครือข่ายทางสังคม กฎหมายที่จำเป็น การรับรองมาตรฐานองค์การสวัสดิการสังคม รวมทั้งการเขียนโครงการเพื่อขอรับเงินสนับสนุนในการจัดสวัสดิการจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งในการเข้าร่วมโครงการเชื่อได้ว่าทุกๆ ท่าน จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมระหว่างกันและก่อให้เกิดประโยชน์ในการทำงานของแต่ละองค์กรได้เป็นอย่างดี
“ในช่วงสามวันของการเข้าร่วมโครงการขอให้ทุกท่าน ได้เก็บเกี่ยวความรู้ที่ได้รับจากวิทยากร และร่วมกิจกรรมต่างๆ ให้เต็มที่ รวมทั้งสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ คือ การสร้างมิตรภาพ การทำความรู้จักและเกิดความสัมพันธ์ของเครือข่ายในการทำงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่จะสร้างมูลค่าในการผลักดันและขับเคลื่อนงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นการส่งเสริม สนับสนุนการปฏิบัติงานขององค์กรสาธารณประโยชน์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”




ร้อยเอ็ด... รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดการขุดลอกลำน้ำชีเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและป้องกันปัญหาอุทกภัย ที่ บ้านมะบ้า ต.บึงงาม อ.ทุ่งเขาหลวง


         ร้อยเอ็ด... รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดการขุดลอกลำน้ำชีเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและป้องกันปัญหาอุทกภัย  ที่  บ้านมะบ้า ต.บึงงาม อ.ทุ่งเขาหลวง
  วันที่ 29 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดโครงการขุดลอกบริเวณแม่น้ำชี หมู่ที่ 3 บ้านมะบ้า ตำบลบึงงาม อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและป้องกันปัญหาอุทกภัย ด้วยวิธีต่างตอบแทน ที่ ต.บึงงาม อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด โดยมี นายเลิศบุศย์ กองทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายสุวัฒน์ เข็มเพชร ปลัดจังหวัดยโสธร นายเอกโอสถ รักเอียด นายอำเภอทุ่งเขาหลวง ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน และผู้แทนภาคประชาชน  ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมกิจกรรม



ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและป้องกันปัญหาอุทกภัย ด้วยวิธีต่างตอบแทนบริเวณแม่น้ำชี หมู่ที่ 3 บ้านมะบ้า ตำบลบึงงาม อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด สืบเนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำโดยการบูรณาการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และกรมเจ้าท่าเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตามอำนาจหน้าที่ของมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือ พ.ศ.2456 ในการดูแลรักษาและขุดลอกร่องน้ำฯ ซึ่งสามารถสนับสนุนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ในด้านการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง แต่ด้วยข้อจำกัดของบุคลากรและงบประมาณแผ่นดิน เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่รับผิดชอบทางน้ำของกรมเจ้าท่า จึงทำให้การแก้ไขปัญหาเกิดความล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์ประกอบกับวัสดุที่ได้จากการขุดลอกบางพื้นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สามารถนำไปเป็นค่าตอบแทนแก่ผู้ขุดลอกได้ กรมเจ้าท่าจึงได้ริเริ่มโครงการขุดลอกร่องน้ำ แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบและทะเลภายในน่านน้ำไทย ตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช 2456 เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยหรือภัยแล้ง โดยใช้วัสดุที่ได้จากการขุดลอกเป็นค่าตอบแทน



ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวอีกว่า แผนงานที่จะดำเนินการขุดลอกในแม่น้ำสายใหญ่และสำคัญทั้งหมด 43 แห่ง และแม่น้ำสาขา ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของไทยสำหรับโครงการขุดลอกในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาแม่น้ำชี ตำบลบึงงาม อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด ให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและระบายน้ำได้ดีในฤดูน้ำหลาก เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ประชาชนสามารถ ทำการเกษตรได้เพิ่มขึ้นและตลอดทั้งปีอันเป็นการใช้แม่น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
/////////
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
สุทธิชัย อุปปะ(เต็ม ข่าวไทยนิวส์)
รายงาน




พาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด ออกตรวจสอบสต็อกข้าวตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปี 2562/2563


            พาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด  ออกตรวจสอบสต็อกข้าวตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปี 2562/2563
                เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 29 มกราคม 2563 นายเจนเจตน์ เจนนาวิน ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนางลักขณา บุญนำ พาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด นางสาวทัสนี ประภาศรี  ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจกาค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ธนาคาร ธ.ก.ส. และ คณะทำงาน เดินทางตรวจสอบสต็อกข้าวตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปี 2562/2563 ที่ บริษัท โรงสีข้าวไทยเพิ่มพูน ร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด



           นายเจนเจตน์ เจนนาวิน ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2562/63 เป็นหนึ่งในโครงการตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ปีการผลิต 2562/63 ของรัฐบาลโดยมีเป้าหมายในการเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการค้าข้าวที่เข้าร่วมโครงการ เก็บสต็อกข้าวในรูปข้าวเปลือกและข้าวสาร เพื่อดูดซับผลผลิตในช่วงที่ข้าวออกสู่ตลาดมาก เป็นระยะเวลา 2-6 เดือน โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยตามมูลค่าข้าวเปลือกที่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ เก็บสต็อกไว้ ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ตามระยะเวลาที่เก็บสต็อกไว้ 60-180 วัน นับแต่วันที่รับซื้อ (เบิกจ่ายเงินหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงิน) ระยะเวลาในการเก็บสต็อกตาม จังหวัดร้อยเอ็ดมีผู้ประกอบการค้าข้าวที่ได้รับอนุมัติให้ข้าร่วมโครงการจำนวน 20 โรงสี วงเงินกู้รวมทั้งสิ้น 6,475 ล้านบาท (อนุมัติรอบแรก 15 โรงสี วงเงิน 5,655 ล้านบาท อนุมัติเพิ่มเติม 5 โรงสีวงเงิน 820 ล้านบาท)  ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด ได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบสต็อกข้าวของผู้เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อตรวจสอบสต็อกข้าวของผู้เข้าร่วมโครงการร่วมกับธนาคารพาณิชย์ผู้ให้กู้ครั้งแรกในสัปดาห์สุดทายของเดือน ธันวาคม 2562 และครั้งถัดไปทุกสัปดาห์สุดท้ายของเดือน แต่ไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือนถัดไป



             นายเจนเจตน์ เจนนาวิน ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวอีกว่า การตรวจสอบสต็อกข้าวประจำเดือน มกราคม2562 (เป็นการตรวจครั้งที่ 2) ผู้ประกอบการโรงสีที่เข้าร่วมโครงการคงเหลือ 15 ราย กำหนดแผนการตรวจสอบสต็อก ระหว่างวันที่ 28 - 30 มกราคม2563 ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ใช้ตรวจสต็อกข้าวเบื้องต้นจำนวน 91 ฉบับ วงเงินกู้รวม 3,817.70 ล้านบาท  ทั้งนี้ ผู้ปะกอบการโรงสีสามารถยื่นตั๋วสัญญาใช้เงินเพิ่มเติมตามกรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติเพื่อให้คณะทำงานๆ ตรวจสอบสต็อกข้าวสำหรับรอบเดือนได้ภายในวันและเวลาที่คณะทำงานฯ เข้าทำการตรวจสอบสต็อกข้าว หากตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใดที่ออกแล้วไม่ได้ยื่นให้คณะทำงานตรวจสอบสต็อก หรือมีอายุการคำรงสต็อกไม่ถึง 60 วัน ตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับจะไม่ได้รับเงินชดเชยดอกเบี้ยตามโครงการฯ และการตรวจในครั้งนี้ มีผู้บริหารโรงสีฯ ให้ข้อมูลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
/////
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
สุทธิชัย อุปปะ(เต็ม ข่าวไทยนิวส์)
รายงาน




วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563

ข้าราชการตำรวจ พร้อม กต.ตร.สน.ตลาดพลู ลงพื้นที่รณรงค์ป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 และแจกหน้ากากอนามัย ห่วงใยเยาวชน


ข้าราชการตำรวจ พร้อม กต.ตร.สน.ตลาดพลู  ลงพื้นที่รณรงค์ป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 และแจกหน้ากากอนามัย ห่วงใยเยาวชน
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 63 เวลา 08.00 น.(สน.ตลาดพลู)  นายสุพจน์ โภชนพาณิชย์ ที่ปรึกษา กต.ตร.สน ตลาดพลู อนุ กต.ตร.กทม พ.ต.อ.พิสิฐชัย  ถิ่นขนอน ผกก.สน.ตลาดพลู พ.ต.ท.สมหมาย  โสภาเจริญ รอง ผกก.ป.สน.ตลาดพลู พ.ต.ท.ทัพภาค สินพูลผล สว.จร.สน.ตลาดพลู พร้อมข้าราชการตำรวจ สน.ตลาดพลู กต.ตร.สน.ตลาดพลู ประชาชนจิตอาสา ลงพื้นที่รณรงค์ป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน  และได้ทำการ แจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนกงลี้ จงซัน