วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ถอนคำร้องทุกข์ 4 พิธีกร สนามข่าว 7 สี ตำรวจสั่งไม่ฟ้อง

 

 กรณีเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 พ.ต.อ.พรเทพ จันทร์เหลือง ประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ แจ้งความหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับ 4 พิธีกรรายการสนามข่าว 7 สี

1.นายอนุวัต เฟื่องทองแดง

2.นายณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด

3.นายเจษฎา อุปนิ

4.น.ส. ศจี วงศ์อำไพ

ต่อมา วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 พิธีกรทั้ง 4 มอบหมาย ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ร้องขอความเป็นธรรมต่อ ผบ.ตร. เป็นข่าวหวือหวา วืบวาบ ไปทั้งประเทศ

วันที่ 24 สิงหาคม 2563 พ.ต.ท.วัชรา ชิโนวรรณ สวญ.หาดเจ้าสำราญ จ. เพชรบุรี แจ้งว่า พ.ต.อ.พรเทพ จันทร์เหลือง ประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติถอนคำร้องทุกข์ พนักงานสอบสวน มีความเห็น ควรสั่งไม่ฟ้อง พิธีกรทั้ง 4 เป็นผลให้ การนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 39(2) ฟ้องใหม่ไม่ได้ คดียุตินำ โถ โถ ผม... ก็นึกว่า ประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ จะแน่ !

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ในฐานะทนายความ ของ 4 พิธีกร ได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริงและ ช่อง7 ทราบเรื่องแล้ว

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ร้อยเอ็ด กรรมมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เปิดเวทีนำเสนอและรับฟังความเห็นเกี่ยวกับ ร่าง พรบ.ทางการศึกษา ทั้ง 4 ฉบับ พร้อมรับฟังปัญหา และความต้องการในระบบการศึกษา

               


ร้อยเอ็ด กรรมมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เปิดเวทีนำเสนอและรับฟังความเห็นเกี่ยวกับ ร่าง พรบ.ทางการศึกษา ทั้ง 4 ฉบับ พร้อมรับฟังปัญหา และความต้องการในระบบการศึกษา

             เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2563 รศ.ดร. สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดเวทีนำเสนอและรับฟังความเห็นเกี่ยวกับ ร่าง พรบ.ทางการศึกษา ทั้ง 4 ฉบับ พร้อมรับฟังปัญหา และความต้องการในระบบการศึกษา ที่ โรงแรมธนินทร กรีนปาร์ค จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี ดร.ปรีดา บุญเพลิง กรรมาธิการการศึกษา คณะผู้บริหารหน่วยงานทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา นักวิชาการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก








         รศ.ดร. สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตามมาตรา 54 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ อีกทั้งจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการกำกับ ส่งเสริม และสนับสนุน ให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติสามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตนเอง และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ การจัดการระบบการศึกษาของประเทศจำเป็นต้องสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ การเปลี่ยนแปลงของสังคมในอนาคต ความคล่องตัวที่จะรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเพิ่มการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของภาคประชาชน และภาคเอกชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนสร้างเสริมให้ระบบการศึกษามีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา และเสริมสร้างธรรมาภิบาลของระบบการศึกษา ของไทย

      การเปิดเวทีเสวนาในครั้งนี้ เกี่ยวกับ ร่าง พรบ.ทางการศึกษา ทั้ง 4 ฉบับ  ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ร่าง พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ร่าง พระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการครู และ ร่าง พระราชบัญญัติสภาครู   

//////

คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ

อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด










กฟผ. และ บริษัท ซีคอท จำกัด ร่วมเปิดการประชุม “รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1”

 ​

กฟผ. และ บริษัท ซีคอท จำกัด ร่วมเปิดการประชุม “รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1” เพื่อทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้สมบูรณ์ เพื่อประโยชน์ของประชาชน และความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในเขตนครหลวง



​วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2563 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 2 ชั้น 5 สำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดย บริษัท ซีคอท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ต่อการจัดทำร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในรายงาน EIA (Environmental Impact Assessment) โครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1 โดยมีนางสาวทิพย์อาภา ยลธรรม์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดงาน,  นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวรายงาน, นายสมรักษ์ เพ็ชรเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า กฟผ. และประชาชนในพื้นที่ศึกษาโครงการฯ ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน ผู้นำศาสนา สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น จำนวน 635 คน มีผู้แสดงความคิดเห็นด้วยวาจา จำนวน 11 คน


​นางสาวทิพย์อาภา ยลธรรม์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า “พลังงานไฟฟ้านับเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาของประเทศ ซึ่งภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต ภาคการบริการ รวมทั้งการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบันล้วนพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น การพัฒนาโครงการใด ๆ ควรปฏิบัติตามมาตรการในรายงาน EIA และดูแลเศรษฐกิจในภาพรวม คุณภาพชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อคนรุ่นหลังต่อไป สำหรับการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ของโครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1 ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างรายงานฯ รวมถึงได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง เปิดโอกาสรับฟังข้อคิดเห็น อันแสดงถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการร่วมกับ กฟผ. ต่อไป”


​นายขรรชัย เกรียงไกรอุดม ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม บริษัท ซีคอท จำกัด กล่าวว่า “การจัดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำเสนอรายละเอียดโครงการ ผลการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ศึกษาโครงการฯ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างรายงานฯ รวมถึงแสดงข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 และได้ดำเนินการสำรวจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในขั้นตอนการประเมินและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อเดือนมีนาคม ถึงเดือนกรกฎาคม 2563”


​“สำหรับการจัดรับฟังความคิดเห็นในครั้งที่ 2 สิ่งที่ประชาชนยังมีความกังวล ได้แก่ การดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านคุณภาพอากาศ ฝุ่น เสียงจากการก่อสร้าง การจัดการน้ำที่ระบายออกจากโรงไฟฟ้า การดูแลมลภาวะที่เกิดจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า การเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งทุกข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนจะเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับปรุงรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1 ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อนำเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาต่อไป”


​และ นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า “ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมที่แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ซึ่ง กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษาจะรวบรวมความเห็น ไปจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้มีความสมบูรณ์และครอบคลุมเหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด

​สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1 เป็นโครงการที่ถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 หรือ PDP2018 เพื่อเป็นการเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าในระยะยาวของเขตนครหลวงและปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นต้องมีกำลังผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ให้เพียงพอต่อความต้องการเพราะหากเกิดเหตุสุดวิสัยอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าได้ ดังนั้น กฟผ. จึงได้พัฒนาโครงการฯ เพื่อเสริมความมั่นคงและตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยโครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1 มีกำลังผลิตติดตั้งสูงสุด 830 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) ในปี พ.ศ. 2571 โดยจะก่อสร้างบริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้าพระนครเหนือปัจจุบัน ณ สำนักงานกลาง กฟผ. อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากมีความพร้อมในด้านพื้นที่และระบบส่งไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้ามีราคาถูกลง จึงไม่เป็นภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน”


​ทั้งนี้ ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อเนื่องได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ได้ที่ แผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กฟผ. โทรศัพท์ 0-2436-7855 E-mail: viphob.p@egat.co.th หรือ แผนกสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าก๊าซและน้ำมัน ฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ. โทรศัพท์ 0-2436-0816, 0-2436-0813 E-mail: nickarin.p@egat.co.th, pornsarin.t@egat.co.th หรือ น.ส.จันทิมา ยะนิล และน.ส.ฟาเดีย เชิญถนอมวงศ์ บริษัท ซีคอท จำกัด เลขที่ 239 ถนนริมคลองประปา แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทรศัพท์ 0-2959-3600 ต่อ 410, 413 และ 418 หรือ โทรสาร 0-2959-3535 หรือ E-mail: eedmail@secot.co.th


#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.55ปี)

ภาพ-ข่าว : กฤษติน นิลมานนท์

 

พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ และ ได้มอบนโยบาย ให้คำแนะนำ พร้อมทั้งได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ ส.ทล.1 กก.5 บก.ทล.

 

พล...ศตวรรษ  หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศปก.ตรตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ .ทล.1 กก.5 บก.ทลตามแผนการตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญของผู้บังคับบัญชาระดับ ตรประจำปีงบประมาณ ..2563

    โดยมี ...แมน  เม่นแย้ม ผกก.5 บก.ทลพร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ จึงได้มอบถุงบำรุงขวัญเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ 

   ในการนี้ พล...ศตวรรษฯ ได้มอบนโยบาย ให้คำแนะนำ พร้อมทั้งได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ






วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2563

กรมเจ้าท่า ร่วมกับ บริษัท เอส ซี จี 1995 จำกัด ได้จัดกิจกรรมแถลงผลงานการป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่งที่เป็นความภาคภูมิใจ และก้าวต่อไป

   

กรมเจ้าท่า ร่วมกับ บริษัท เอส ซี จี 1995 จำกัด  ได้จัดกิจกรรมแถลงผลงานการป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่งที่เป็นความภาคภูมิใจ และก้าวต่อไป

 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563  กรมเจ้าท่า ร่วมกับ บริษัท เอส ซี จี 1995 จำกัด  ได้จัดกิจกรรมแถลงผลงานการป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่งที่เป็นความภาคภูมิใจ และก้าวต่อไปของกรมเจ้าท่า โดยมีนายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เป็นประธานในการแถลง พร้อมด้วย

นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า

นายวรรณชัย บุตรทองดี ผู้อำนวยการกองวิศวกรรม

และนายบัลลังก์ เมี่ยงบัว วิศวกรโยธาชำนาญการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแถลงผลงานการป้องกันการกัด เซาะชายฝั่งที่ผ่านมา และก้าวต่อไปของกรมเจ้าท่าที่จะดำเนินในอนาคตด้วยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแนวคิดให้โครงสร้างแข็งที่มีอยู่เดิม และที่กำลังก่อสร้างใหม่ ให้เป็นโครงสร้างเขียว ส่งเสริมและ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยโครงสร้างอ่อน เช่น การเสริมทรายชายหาด โดยมีหาดพัทยาเป็น ต้นแบบ ไปยังหาดอื่นๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศต่อไป เช่น หาดจอมเทียน หาดบางแสน หาดชะอำ หาดเขาหลัก และหาดสมิหลา เป็นต้น พร้อมทั้งเปิดตัวโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่ง บริเวณหมู่ 5 ตำบลท่าชนะ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่กรมเจ้าท่าได้รับงบประมาณให้ ดำเนินการก่อสร้างเพื่อช่วยเหลือรักษาชายฝั่ง และบรรเทาความเดือนร้อนให้กับราษฎรในพื้นที่ที่ประสบปัญหา การกัดเซาะอย่างรุนแรง 









 กรมเจ้าท่า ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาท หน้าที่ และภารกิจตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมี เป้าหมาย 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่5  ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเด็นสร้าง

การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล  โดยการฟื้นฟูชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ชายฝั่งทะเลได้รับ การป้องกัน และแก้ไขทั้งระบบ และมีนโยบายการจัดการชายฝั่งแบบบูรณาการอย่างเป็นองค์รวม       จากสถานการณ์ชายฝั่งทะเลของไทย ซึ่งมีความยาว 3,148 กิโลเมตร ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบันประสบปัญหาการ กัดเซาะชายฝั่งรวม 830 กิโลเมตร ซึ่งมีสาเหตุจากธรรมชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น และจากการกระทำของ มนุษย์ที่มีการใช้ประโยชน์ และมีกิจกรรมทางทะเลเพิ่มมากขึ้น  ส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ของมนุษย์อย่าง หลีกเลี่ยงได้ยาก และหากปล่อยให้กระบวนการนี้เป็นไปโดยไม่มีการป้องกัน แก้ไข ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิต และทรัพย์สินของทั้งภาครัฐและเอกชน กรมเจ้าท่าจึงได้เริ่มดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง อย่างเป็นรูปธรรมมายาวนานกว่า 20 ปี โดยปัจจุบันมีโครงการที่กรมเจ้าท่าดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ       รวมระยะทางประมาณ 102 กิโลเมตร โครงการที่อยู่ระหว่างการด าเนินการก่อสร้าง ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร คิดเป็น 14.2 % ของพื้นที่ที่ประสบปัญหาทั้งหมด 830 กิโลเมตร และในอนาคต กรมเจ้าท่า       จะดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยใช้โครงสร้างแข็ง ในพื้นที่กัดเซาะจำเป็นเร่งด่วน และจะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหากัด เซาะรูปแบบอ่อนด้วยการเสริมทรายชายหาด (Beach Nourishment) ในชายหาดท่องเที่ยวที่ประสบปัญหา   กัดเซาะ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เหมาะสม และมีผลกระทบน้อย ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการ จ้างงาน และกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย นับเป็นการบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหากัดเซาะ ชายฝั่งได้อย่างยั่งยืน 

  โดยกิจกรรมภายในงานวันนี้ ประกอบด้วยการจัดนิทรรศการ และวีดีทัศน์แสดงผลงานการ

ป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่เป็นที่ภาคภูมิใจของกรมเจ้าท่า และการตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง