วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ร้อยเอ็ด ....สำนักงานชลประทานที่ 6 เร่งช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค


 ร้อยเอ็ด ....สำนักงานชลประทานที่ 6 เร่งช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค
            นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 5 จังหวัด ได้แก่จังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือเครื่องสูบน้ำไว้ในพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที ซึ่งปัจจุบันได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำไปช่วยเหลือประชาชนจำนวน 53 เครื่อง กระจายอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัด (ขอนแก่น 2 เครื่อง ,มหาสารคาม 11 เครื่อง, ร้อยเอ็ด 6 เครื่อง,ชัยภูมิ 7 เครื่อง, กาฬสินธุ์ 27 เครื่อง) อาทิเช่นที่จังหวัดชัยภูมิ โครงการชลประทานชัยภูมิ นำเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง สูบน้ำจากหนองน้ำสาธารณะไปกักเก็บไว้ที่สระน้ำประจำหมู่บ้าน เพื่อใช้ในการผลิตน้ำประปา การอุปโภค-บริโภค และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่บ้านบะเสียว หมู่ 6 ตำบลหนองฉิม อำเภอเนินสง่า จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 260 ครัวเรือนที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ




             สำหรับ จังหวัดร้อยเอ็ด โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลางได้เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนร้อยเอ็ดไปเติมหน้าเขื่อนยโสธร เพื่อสนับสนุนการประปาส่วนภูมิภาคสาขายโสธร ประมาณ 5.2 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ปัจจุบัน (23 ก.พ.63) ระดับน้ำหน้าโรงสูบน้ำดิบ การประปาส่วนภูมิภาคสาขายโสธร เพิ่มขึ้นอีก 23 เซนติเมตร ระดับ +123.53 ม.(รทก.) จากเดิมเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 63    มีระดับอยู่ +122.30 ม.(รทก.)  เป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ให้แก่การประปาส่วนภูมิภาคสาขายโสธร และแม่น้ำชีตอนล่าง พื้นที่จังหวัดยโสธร และจังหวัดอุบลราชธานี
ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 6 กรมชลประทาน จะเร่งช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างเต็มความสามารถ ขอความร่วมมือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้น้ำร่วมกันอย่างเคร่งครัดและร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้
/////
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ





วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

แถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 6


แถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 6
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 15.00 น. ณ ตำรวจภูธรภาค 6 ตามนโยบายรัฐบาล ได้มุ่งเน้นให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ให้มีประสิทธิภาพ ลดความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานด้านสืบสวนสอบสวน) ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการการขับเคลื่อนการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเกี่ยวกับอาวุธปืนตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากมีการประกาศซื้อขายอาวุธปืนทางสื่อออนไลน์ ทำให้มีการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนที่ผิดกฎหมายได้โดยง่าย ซึ่งใช้ในการก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรง เกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและการก่อความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม



โดยให้ทุกหน่วยในสังกัดระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่รับผิดชอบระหว่างวันที่ 1  –  24 ก.พ.63 (รวม 24 วัน) มุ่งเน้นในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงครามและวัตถุระเบิด มือปืนรับจ้าง ผู้มีอิทธิพล ที่กระทำผิดกฎหมาย คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ หมายจับคดีค้างเก่า โดยเฉพาะผู้มีพฤติการณ์หรือความประพฤติไม่เรียบร้อย และหรือมีประวัติเคยมีหรือใช้อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด คดียาเสพติด อบายมุขทุกประเภท สิ่งของผิดกฎหมาย และทำการระดมกวาดล้างอาวุธปืนจากกลุ่มเป้าหมายตามที่ได้รับการประสานข้อมูลโดยตรงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ



ดังนั้น พลตำรวจโท อภิชาติ  ศิริสิทธิ์  ผู้บัญชาตำรวจภูธรภาค 6 จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด      ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในระหว่างวันที่ 1 – 24 ก.พ.63 รวม 24 วัน ได้กำหนดให้มีการแถลงข่าว            ในวันจันทร์ที่ 24 ก.พ.63 เวลา 15.00 น. ณ ตำรวจภูธรภาค 6
ผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม พอสรุปได้ดังนี้
จับกุมผู้กระทำความผิด 212 ราย/ผู้ต้องหา 209 คน ตรวจยึดของกลาง อาวุธปืน จำนวน  227  กระบอก
- ของกลางอาวุธปืนสั้น 83 กระบอก , อาวุธปืนยาว 144 กระบอก
 เป้าหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับกุมได้จำนวน 10 ราย/ผู้ต้องหา 10 คน
- ของอาวุธปืนสั้น 12 กระบอก , อาวุธปืนยาว 3 กระบอก
เป้าหมายหน่วย จับกุมได้จำนวน 202 ราย/ผู้ต้องหา 199 คน
- ของกลางอาวุธปืนสั้น 71 กระบอก , อาวุธปืนยาว 141 กระบอก ปรีชา นุตจรัส รายงาน




วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย มอบวัตถุมงคล พระพิฆเณศร์-จตุคามรามเทพ รุ่น “มงคลทรัพย์แสนล้าน” ให้ ฝ่ายกฎหมายสมาคมฯ เนื่องในโอกาสงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่


นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย มอบวัตถุมงคล พระพิฆเณศร์-จตุคามรามเทพ รุ่น “มงคลทรัพย์แสนล้าน” ให้ ฝ่ายกฎหมายสมาคมฯ เนื่องในโอกาสงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่

วันเสาร์ที่ 21  กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 12.00 น.นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.55ปี) มอบวัตถุมงคล พระพิฆเณศร์-จตุคามรามเทพ รุ่น “มงคลทรัพย์แสนล้าน” ให้กับนายธรากร ธนาชัยสุทธิ ฝ่ายกฎหมายสมาคมฯ เนื่องในโอกาสงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ และร่วมรับประทานอาหารโต๊ะจีน ณ บ้านลาดพร้าว ถ.วังหินซอย 9 เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
โดยมีนายธวัชชัย เฟื่องอนันต์ บรรณารักษ์สมาคมฯ และนายกวีพงษ์ ประเทืองสุขสาคร เหรัญญิกสมาคมฯ ร่วมงานด้วย และในโอกาสเดียวกันนี้ นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมฯ รับมอบกระเช้าอวยพรปีใหม่จากนายจิรัฏฐ์ ชีวชื่น ประธานชุมชนแสนสบาย-แสนสุข เขตคลองเตย และที่ปรึกษาสมาคมฯ มาอวยพรย้อนหลังในโอกาสนี้ ด้วย...



วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

อธิบดีกรมธนารักษ์เปิดงานแสดงเหรียญธนบัตรเงินตราโบราณ Thailand International Numismatic Fair 2020 TINF


อธิบดีกรมธนารักษ์เปิดงานแสดงเหรียญธนบัตรเงินตราโบราณ Thailand International Numismatic  Fair 2020 TINF
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์กระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานแสดงเหรียญกษาปณ์ ธนบัตรเงินตราโบราณ " Thailand International Numismatic  Fair 2020 TINF พร้อมด้วย พล.ต.พัชร รัตนกุล ceo ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท หาดทิพย์ จำกัด(มหาชน) พล.อ.ยอดชาย เทพยสุวรรณ กรรมการที่ปรึกษาสมาคมเหรียญกษาปณ์และเงินพดด้วง พล.ต.ท.อาจินต์ โชติวงศ์ กรรมการที่ปรึกษาสมาคมเหรียญกษาปณ์และเงินพดด้วง  คุณเกรียงไกร หิรัญพันทิพย์ นายกสมาคมเหรียญกษาปณ์และเงินพดด้วง และคุณกาญจนา ศรีธนางกูร ผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน   ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่กิจกรรมวงการนักสะสมและธนบัตรของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลและมุ่งเน้นการเติบโตอย่างเท่าเทียมกับต่างประเทศ










คุณเกรียงไกร หิรัญพันทิพย์ นายกสมาคมเหรียญกษาปณ์และเงินพดด้วงกล่าวว่า"ซึ่งในปีนี้มีจุดเด่นที่สำคัญคือการรวบรวมเหรียญเงินพดด้วงโบราณยาก  ให้นักสะสมเข้ามาเยี่ยมชมนิทรรศการ ซึ่งขณะนี้ได้รับความนิยมในระดับโลก และการสะสมเหรียญถือเป็น งานอดิเรกที่ลงทุนต่ำแต่มากด้วยคุณค่า ด้วยความรู้และประวัติศาสตร์  

ด้านนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า สมาคมมีส่วนสำคัญในการหารายได้เข้าประเทศ ซึ่งกรมธนารักษ์พร้อมให้การสนับสนุน ขอให้สมาคมพัฒนา จัดงานในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง และขอถือโอกาสนี้เป็นให้กำลังใจให้กับทางสมาคมต่อไป










วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ร้อยเอ็ด ชลประทานที่ 6 เพิ่มการระบายน้ำหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด เติมเขื่อนยโสธร ช่วยเหลือน้ำอุปโภคบริโภคพื้นที่ชีตอนล่าง และเกษตรกรนาปรัง


          ร้อยเอ็ด ชลประทานที่ 6  เพิ่มการระบายน้ำหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด เติมเขื่อนยโสธร ช่วยเหลือน้ำอุปโภคบริโภคพื้นที่ชีตอนล่าง และเกษตรกรนาปรัง
               เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563   นายชาญวิทย์ กัณหะยุวะ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6  เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำ เพิ่มการระบายน้ำ ที่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี นายอนันต์ศักดิ์ แย้มชื่น  ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง พร้อมด้วย ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีล่าง ผู้อำนวยการส่วนจัดสรรน้ำสำนักงานชลประทานที่ 6 ,7 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม


           นายชาญวิทย์ กัณหะยุวะ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6  เปิดเผยว่า สำนักงานชลประทานที่ 6 จัดประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการหาแนวทางมาตรการร่วมบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำชี ไม่ให้ส่งผลกระทบการขาดแคลนน้ำ สำหรับการอุปโภค บริโภค ระบบนิเวศน์ และทุกกิจกรรมการใช้น้ำ โดยเฉพาะภาคการเกษตร คือ การทำนาปรังของเกษตรกร ให้มีความเป็นเอกภาพ  ขณะนี้มีการเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนร้อยเอ็ด กว่า 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเกษตรกรนาปรังร้อยเอ็ด และเติมหน้าเขื่อนยโสธร ช่วยเหลือน้ำอุปโภคบริโภค จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร และอุบลราชธานี  เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชี ทั้ง 6 เขื่อน (เขื่อนชนบท,เขื่อนมหาสารคาม, เขื่อนวังยาง, เขื่อนร้อยเอ็ด,เขื่อนยโสธร และเขื่อนธาตุน้อย มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย โดยเฉพาะที่หน้าเขื่อนยโสธร จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานชลประทานที่ 7 ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเหนือเขื่อน +122.30 เมตรต่อระดับน้ำทะเลปานกลาง ปริมาณน้ำวันนี้ 4.51 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 23.88 ของความจุ คาดการณ์ว่ามีความเสี่ยงที่น้ำจะไม่เพียงพอสำหรับ การอุปโภค บริโภค และการทำนาปรังของเกษตรกร ที่ ได้ทำนาปรังชดเชยกรณีนาปี ถูกน้ำท่วมจากวิกฤติพายุโพดุล และคาจิกิ  สำนักงานชลประทานที่ 6 จึงให้ความช่วยเหลือด้วยการเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ดสนับสนุนการประปาส่วนภูมิภาค สาขา ยโสธร โดยเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนร้อยเอ็ด จากเดิมวันละ 25 ลูกบาศก์เมตร/วินาที หรือ วันละ 2.16 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มเป็นวันละ 35 ลูกบาศก์เมตร/วินาที หรือวันละ 3.02 ล้าน ลบ.ม. เป็นระยะเวลา 6 วัน (เริ่มตั้งแต่ วันที่ 20 ก.พ. - 25 ก.พ.63) รวมปริมาณน้ำที่เขื่อนร้อยเอ็ดจะระบายไปเติมหน้าเขื่อนยโสธรประมาณ 5.2 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเพิ่มระดับน้ำหน้าเขื่อนยโสธรและรักษาเก็บกักที่ +123.00 เมตรต่อระดับน้ำทะเลปานกลาง จากปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ +122.30  เมตรต่อระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ให้แก่การประปาส่วนภูมิภาคสาขายโสธร และแม่น้ำชีตอนล่าง พื้นที่จังหวัดยโสธร และจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจากการประเมินความต้องการใช้น้ำแล้วคาดว่าจะมีปริมาณเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคไปจนถึงสิ้นฤดูแล้งนี้อย่างแน่นอน




             นายชาญวิทย์ กัณหะยุวะ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6  กล่าวอีกว่า สำนักงานชลประทานที่ 6 และสำนักงานชลประทานที่ 7 ได้ร่วมกันวางแนวทางในการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำชีตอนล่าง ควบคุมการส่งน้ำแบบรอบเวร รวมถึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำ ใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคไปจนถึงต้นฤดูฝนนี้
/////
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ




วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ทนายชื่อดังพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบแบบก่อสร้างคอนโดชื่อดังย่านลาดพร้าว


สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยทนายอนันต์ชัย ไชยเดช  เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมที่ดิน สำนักงานเขตบางกะปิ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยลาดพร้าว 130




ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ เจ้าหน้าที่สอบสวน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยทนายอนันต์ชัย ไชยเดช พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมที่ดิน สำนักงานเขตบางกะปิ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยลาดพร้าว 130 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ที่เกิดการฟ้องร้องระหว่างลูกบ้านกับบริษัทเจ้าของโครงการในข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลังมีการก่อสร้างและโฆษณาขายไม่ตรงตามที่จดทะเบียนจัดตั้งไว้




โดยทนายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มต้นจากผู้เสียหายรายหนึ่งซื้ออาคารชุดด้านล่าฝที่มีการโฆษณาว่าสามารถเปิดเป็นร้านค้าและทำธุรกิจได้ โดยเปิดมาประมาณ 3 ปี นิติบุคคลของคอนโดฯ กลับบอกว่าไม่สามารถเปิดทำธุรกิจได้ เนื่องจากแบบแปลนผิดประเภท จึงเกิดการตรวจสอบพบว่าสำนักงานนิติบุคคล และห้องชุดที่เปิดเป็นบริษัทของดังกล่าวมีความสูงเพียง 2.84 เมตร ตามกฎหมายระบุว่าต้องสูงจากพื้นด้านล่างสู่พื้นด้านบนไม่ต่ำกว่า 3 เมตร นอกจากนี้ยังพบว่าเดิมทีมีการทำประชาพิจารณ์ก่อนก่อสร้างและทำ EIA (รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม) เป็นคอนโดมิเนียมโครงการเดียว 4 อาคาร จุดรวมพลหากเกิดไฟไหม้ อาคาร A-B ต้องไปรวมกันที่อาคาร C-D และอาคาร C-D ต้องรวมกันที่อาคาร A-B แต่ปัจจุบันพบว่าคอนโดฯ ถูกแบ่งออกเป็น 2 โครงการ พร้อมกับกั้นกำแพงตรงกลาง ลูกบ้านไม่สามารถข้ามไปมาได้ ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบสระว่ายน้ำพบว่าดำเนินการก่อสร้างผิดประเภท เนื่องจากโครงการนี้ ใน EIA ไม่มีสระน้ำและฟิตเนส จึงได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ก่อสร้างได้ แต่ในใบโฆษณากลับมีภาพของฟิตเนสและสระว่ายน้ำ ทำให้ฟิตเนสและสระว่ายน้ำปัจจุบันถูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำให้พื้นที่สีเขียวไม่ตรงตามที่ทำ EIA ไว้ สำนักโยธาธิการ เขตบางกะปิ จึงต้องสั่งปิดฟิตเนสและสระว่ายน้ำดังกล่าวตามกฎหมาย ลูกบ้านจึงได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากมีการจ่ายค่าส่วนกลางต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้




ทั้งนี้ ทนายดัง กล่าวอีกว่า เบื้องต้นลูกบ้านได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เพื่อเอาผิดกับบริษัทเจ้าของโครงการแล้ว ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และจะแจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.อาคารฯ ด้วย นอกจากนี้ จะดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการปล่อยปละละเลยให้คอนโดมิเนียมแห่งนี้ มีการก่อสร้างขึ้นมาทั้งที่ EIA และแบบแปลนไม่ตรงตามที่มีการก่อสร้างจริง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

                                  -////////////////////-